Booster Pump คืออะไร?
Booster Pump หรือปั๊มเพิ่มแรงดัน คือระบบปั๊มน้ำที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงดันน้ำในระบบท่อ ให้สามารถส่งน้ำไปยังชั้นบนสุดของอาคารได้อย่างเพียงพอ โดยทั่วไปใช้ในอาคารสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป คอนโดมิเนียม โรงแรม โรงพยาบาล และอาคารสำนักงาน
หลักการเลือก Booster Pump
1. คำนวณ Flow Rate (อัตราการไหล)
Flow Rate คืออัตราการไหลของน้ำที่ต้องการ คำนวณจากจำนวนจุดใช้น้ำ (Fixture Unit) ทั้งหมดในอาคาร โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน วสท. หรือ ASHRAE ตัวอย่างเช่น:
- ก๊อกน้ำล้างมือ: 0.5 Fixture Unit
- ชักโครก (Flush Valve): 10 Fixture Unit
- ฝักบัวอาบน้ำ: 2 Fixture Unit
เมื่อรวม Fixture Unit ทั้งหมดแล้ว จะแปลงเป็น Flow Rate (ลิตร/นาที หรือ m³/h) ด้วยตาราง Conversion ตามมาตรฐาน
2. คำนวณ Total Head (แรงดันรวม)
Total Head ประกอบด้วย:
- Static Head — ความสูงจากปั๊มถึงจุดใช้น้ำสูงสุด (เช่น อาคาร 20 ชั้น ≈ 60 เมตร)
- Friction Head Loss — แรงเสียดทานในท่อ ขึ้นอยู่กับความยาวท่อ ขนาดท่อ และอุปกรณ์ประกอบ
- Residual Pressure — แรงดันที่ต้องการที่จุดใช้น้ำ (โดยทั่วไป 1.5–2.0 bar)
3. เลือกจำนวนปั๊มและระบบควบคุม
ระบบ Booster Pump มาตรฐานควรมีอย่างน้อย 2 ตัว (Duty + Standby) สำหรับอาคารขนาดใหญ่อาจใช้ 3–4 ตัว (Duty-Duty-Standby) ระบบควบคุมที่แนะนำ:
- Inverter (VFD) — ปรับรอบมอเตอร์ตามแรงดันจริง ประหยัดไฟ 30–50%
- PLC + Pressure Transmitter — ควบคุมแรงดันคงที่ สลับปั๊มอัตโนมัติ
- Touch Panel / SCADA — สำหรับ Monitoring และแจ้งเตือนผ่านมือถือ
4. เลือกแบรนด์ที่เหมาะสม
ปั๊ม Booster ที่ LPM แนะนำ:
- Grundfos — Hydro MPC Series ประสิทธิภาพสูงสุด พร้อม Inverter ในตัว
- LEO Pump — LVS/LVR Series คุ้มค่า เหมาะกับงบจำกัด
- Kawamoto — KDP Series เทคโนโลยี Inverter จากญี่ปุ่น
- Ebara — Matrix Series มาตรฐาน JIS ทนทาน
สรุป
การเลือก Booster Pump ที่ถูกต้องต้องคำนึงถึง Flow Rate, Total Head, จำนวนปั๊ม และระบบควบคุม หากไม่แน่ใจ ทีมวิศวกร LPM พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบระบบฟรี โทร 02-153-2519 หรืออีเมล [email protected]